มูลนิธิฟรีดริช เนามันในประเทศไทย

เราเป็นใคร

มูลนิธิฟรีดริช เนามัน เป็นองค์กรไม่มุ่งแสวงผลกำไรที่ส่งเสริมระบบประชาธิปไตยเสรี การเคารพสิทธิมนุษยชน หลักนิติรัฐ และเศรษฐกิจเสรี

มูลนิธิทำงานกับองค์กรประสา่นความร่วมมือต่างๆ ในการให้คำปรึกษาทางด้านนโยบายและจัดโครงการอบรมแก่บุคคลทั่วไป รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ จากทั่วโลกที่สนใจ เพื่อสร้างสรรค์สังคมโลกที่มีสันติ มีอิสระ และเปิดกว้างกว่าเดิม อันเป็นสังคมที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างเสรีและสงบสุข

มูลนิธิก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1958 โดย ธีโอดอร์ ฮอยส์ (1884-1963) ประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หลังการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นสัญญาณสู่การเริ่มต้นความเป็นรัฐเสรีประชาธิปไตยของเยอรมนี

 Theodor Heuss

มูลนิธิตั้งชื่อตาม ฟรีดริช เนามัน (1890-1919) ผู้ริเริ่มการปกครองแบบเสรีนิยมในประเทศเยอรมนี ซึ่งเชื่อว่าการจะใช้อำนาจประชาธิปไตยให้ได้บรรลุผลแบบเต็มขั้นจำต้องอาศัยการศึกษาภาคพลเมืองในการวางรากฐานทางการศึกษาและให้ความรู้ด้านการเมืองแก่ประชากร เพื่อที่ว่าประชากรจะได้รู้จักวิธีมีส่วนร่วมทางการเมืองและมีสิทธิมีเสียงในการกำหนดทิศทางของประเทศ

Friedrich Naumann

มูลนิธิปฏิบัติงานอยู่ทั่วโลกทั้งหมด 62 ประเทศ เพื่อให้ข้อมูลและคำปรึกษาแก่พลเรือน เจ้าหน้าที่ขององค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันต่าง ๆ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง และผู้วางแผนโยบาย โดยทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนส่วนท้องถิ่น องค์กรประชาคม และสถาบันการศึกษา เพื่อแบ่งปันความรู้และนำพาความสงบสุข ความเปลี่ยนแปลงที่ดีกลับสู่สังคมตามลำดับ

สำนักงานสาขาเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของมูลนิธิในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ซึ่งนำโดยดร.ไรเนอร์ อดัม นั้นมีหน้าที่ปฏิบัติงานด้านโครงการส่วนภูมิภาคและประสานงานโครงการพิเศษระดับประเทศในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศกัมพูชา ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเกาหลี เป็นต้น

สำหรับประเทศไทย มูลนิธิฟรีดริช เนามันได้ทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน นิติรัฐ และเสรีภาพทางเศรษฐกิจ โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรทั้งของรัฐและเอกชนมากว่า35ปี

กิจกรรมของ มูลนิธิฟรีดริช เนามันในอดีต

กิจกรรมของมูลนิธิในช่วงแรก

มูลนิธิฯ ได้เริ่มโครงการในประเทศไทย คือโครงการความร่วมมือพัฒนาชนบท ในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี ๒๕๑๘ โดยทำงานร่วมกับศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกรรมภาคเหนือ ซึ่งเป็นหน่วยงานสาขาภูมิภาคของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ในขณะนั้น) เป้าหมายของโครงการคือการปรับปรุงสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประชากร โดยแนะนำให้รู้จักการพึ่งพาตนเองและมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจในส่วนท้องถิ่น

กิจกรรมของมูลนิธิในช่วงที่สอง

ในปี ๒๕๓๙ มูลนิธิฯย้ายสำนักงานมาอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร และได้เริ่มให้การสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ของไทยเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและสนับสนุนบทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนขนาดเล็กและขนาดกลางในชนบท โดยมุ่งเน้นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร

กิจกรรมที่มูลนิธิสนับสนุน

  • การจัดสัมมนา และฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ขององค์กรอิสระ ในด้านต่างๆ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์อย่างได้ผล การบัญชีเบื้องต้น การร่างเอกสารเสนอโครงการ (Proposal Writing) การเก็บข้อมูลและประมวลผล รวมทั้งการบริหารโครงการ (โดยการวางแผน, นำไปปฏิบัติ, สอดส่องดูแลและประเมินผล)
  • การจัดการสัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการและการประชุมที่จัดโดยองค์กรพัฒนาเอกชน ในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาอาทิเช่น การเกษตร สิ่งแวดล้อม และการบริหารทรัพยากรธรรมชาติเป็นต้น
  • ให้เกิด การพบปะ แลกเปลี่ยน และ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน

กิจกรรมของมูลนิธิในช่วงที่สาม

กิจกรรมของมูลนิธิฯช่วงที่สามเริ่มในปี พ.ศ. 2537 โดยทำงานร่วมกับกลุ่มเครือข่ายประชาสังคมในเมือง (Urban Civic Forums) ที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางจากหลากหลายอาชีพ อาทิเช่น นักกฎหมาย แพทย์ นักวางแผน นักธุรกิจ ร่วมกับข้าราชการ ครู และนักหนังสือพิมพ์ โดยมีเป้าหมาย เพื่อ ส่งเสริมให้เครือข่ายทางสังคมมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง สามารถที่จะแก้ปัญหาต่างๆได้ด้วยตัวเองโดยต้องอาศัยรัฐให้น้อยที่สุด

กิจกรรมของมูลนิธิในปัจจุบันและอนาคต

ปัจจุบันมูลนิธิฟรีดริชเนามันยังคงดำเนินการโครงการต่างๆเพื่อส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การปกครองโดยกฎหมาย และเสรีภาพทางเศรษฐกิจของไทยอย่างต่อเนื่อง

FNF visualization

  1. ส่งเสริมประชาธิปไตย (Democracy)
    1.1 สถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
    มูลนิธิให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย โดยให้
    • คำปรึกษาทางการเมือง (political consultation)
    • การอบรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพพรรคการเมือง (capacity building) ทั้งในแง่ของบุคลากร เช่น ผู้แทนราษฏรระดับชาติและท้องถิ่น เช่น ในเชิงการวางแผนกลยุทธ์ ในเชิงการสื่อสารทางการเมืองและในแง่ขององค์กรเช่นในเชิงการบริหารจัดการพรรคเป็นต้น
    • การสนับสนุนการอภิปราย และ การแลกเปลี่ยน (political dialogue) ทั้งภายในประเทศ และ ระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการกำหนดนโยบายของรัฐให้เป็นไปตามแนวทางของเสรีนิยมประชาธิปไตยมากขึ้น เช่น การปฏิรูประบบราชการ การพัฒนาระบบเศรษฐกิจในเชิงเสรีนิยม การกระจายอำนาจ เป็นต้น
    1.2 การให้ความรู้ทางด้านการเมือง
    มูลนิธิฟรีดริช เนามันทำงานร่วมกับองค์กรที่มีหน้าที่การให้ความรู้ทางด้านการเมือง เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ สภาพัฒนาการเมือง โดยจัดกิจกรรมต่างๆดังนี้
    • ให้คำปรึกษาในเชิงนโยบายและกลยุทธ์เพื่อพัฒนาระบบการให้ความรู้ทางด้านการเมืองอย่างมีส่วนร่วมในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • การฝึกอบรมวิทยากรที่ให้ความรู้ทางด้านการเมือง หรือ การพัฒนาสื่อและคู่มือการอบรมวิทยากรที่ให้ความรู้ทางด้านการเมือง เป็นต้น
    • จัดการประชุมเชิืงปฏิบัติการ เพื่อให้ความรู้ทางด้านการเมือง และเพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับเครือข่ายเยาวชนในห้สามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    1.3 การมีส่วนร่วม

    การมีส่วนร่วมเป็นปัจจัยสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง การเมืองมิได้เป็นเรื่องของนักการเมืองหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนี่งเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน มูลนิธิสนับสนุนให้เครือข่ายประชาสังคมในระดับท้องถิ่นมี่ส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนหรือจังหวัดของตนเอง โดยทางมูลนิธิสนับสนุนในด้านการส่งเสริมศักยภาพให้กับเครือข่ายประชาสังคม และ การจัดเวทีเสวนา และสัมมนาต่างๆ

    นอกจากนั้นมูลนิธิยังสนับสนุนให้มีการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมการมี่ส่วนร่วมโดยสนับสนุนให้พัฒนาเวปไซต์รวบรวมข้อมูลนักการเมือง 2 เวปไซต์ คือ www.politicalbase.in.th และ www.thaiswatch.com โดยเวปไซต์ทั้งคู่มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบภาคประชาชน และให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลของนักการเมืองมากขึ้น เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกนักการเมืองที่มีคุุณภาพ

  2. ส่งเสริมการปกครองโดยกฎหมายและหลักนิติรัฐ (Rule of Law)

    มูลนิธิฟรีดริช เนามันสนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะด้านประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฏหมาย ลดการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อการละเมิดสิทธิ และ เสรีภาพของประชาชน การเลือกปฏิบัติ การแทรกแซงทางการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน และ การให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องการปกครองโดยกฎหมาย

  3. ส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Human Rights)

    มูลนิธิฟรีดริช เนามันสนับสนุนคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ในการสร้างกลไกด้านสิทธิมนุษยชนของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนสำหรับประชาชน

  4. ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม (Economic Freedom)

    มูลนิธิฟรีดริชเนามันสนับสนุนเครือข่ายเศรษฐกิจเสรีแห่งเอเชีย (Economic Freedom Network Asia-EFN) โดยเฉพาะสมาชิกของเครือข่ายที่อยู่ในประเทศไทย

    EFN เป็นเครือข่ายขององค์กร และ บุุคคล ในภูมิภาคเอเชียที่สนับสนุนและส่งเสริมการค้าแบบเสรี โดยจะมีการแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการและประสบการณ์ระหว่างสมาชิกของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง www.efnasia.org