เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15.00-18.00 น. สมาคมอาเซียน-ประเทศไทย และกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ จัดการเสวนาในหัวข้อ "2558 ปีแห่งประชาคมอาเซียน : ใครเป็นคู่แข่ง...ใครเป็นหุ้นส่วนของไทย?" ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ
การเสวนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน มีผู้ร่วมเสวนาคือ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ คุณกวี จงกิจถาวร บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น และคุณกลินท์ สารสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทค้าสากลซิเมนต์ไทย จำกัด โดยเนื้อหาส่วนใหญ่พูดถึงประสิทธิภาพของประเทศไทยในการก้าวหน้าต่อไปในระดับอาเซียนและระดับโลก เนื่องจากประเทศไทยมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทีดีในฐานะศูนย์กลางของการแข่งขันภายในภูมิภาค แต่ประเทศไทยควรพัฒนาระบบการบริหารงานให้มีความชัดเจน โปร่งใสมากยิ่งขึ้น รวมถึงความต่อเนื่องด้านนโยบาย รัฐบาลควรสร้างนโยบายต่างๆ เพื่อดึงดูดการพัฒนา การค้า และการลงทุน รวมถึงการเปิดกว้างโอกาสในการทำธุรกิจให้แก่ประชาชนคนไทยเพิ่มมากขึ้น โดยภาครัฐอาจใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากภาคเอกชนไทยซึ่งมีความแข็งแกร่ง
นอกจากนั้นอีกประเด็นที่ผู้ร่วมเสวนาได้กล่าวเน้นคือ ประเทศเวียดนาม เสมือนประเทศคู่แข่ง ซึ่งปัจจุบันได้ถูกยกมาเปรียบเทียบกับประเทศไทยมากที่สุด ประเทศเวียดนามถือเป็นอีกหนึ่งประเทศหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยมาก แต่ยังคงมีหลายปัจจัยที่มีความอุดมสมบูรณ์ เช่น สินค้าเกษตร เหล็ก และทรัพยากรน้ำ ซึ่งจุดนี้ถ้าประเทศไทยไม่สามารถปรับปรุงระบบและความน่าเชื่อถือได้แล้ว ประเทศไทยอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระดับอาเซียนไปได้
อีกทางหนึ่งในการพัฒนาอาเซียนคือ ประเทศไทยไม่ควรคิดแข่งขันกับสมาชิกประเทศหนึงประเทศใดอย่างเด็ดขาด หากแต่ควรร่วมมือกันทำงาน และเป็นศูนย์กลางประสานระหว่างอาเซียนและตลาดโลก ในเรื่องของการเป็นตลาดเดียว ประเทศสมาชิกควรร่วมกันพัฒนากฎและกติกา เพื่อเสริมสร้างจุดแข็งและขจัดจุดอ่อนของภูมิภาค
นอกจากนี้บริเวณหน้างานยังมีการจัดซุ้มให้ข้อมูลของสมาคมอาเซียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และธุรกิจต่างๆ ของไทยที่ประสบความสำเร็จด้านการค้ากับประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น ซีพีหรือเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และเครือซิเมนต์ไทย เป็นต้น
