สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐ

การเคารพสิทธิมนุษยชน

สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนสมควรได้รับ ในการที่จะมีความสุขในฐานะที่เป็นมนุษย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม สิทธิมนุษยชนปกป้องปัจเจกชน ตลอดจนเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลนั้นๆ การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงและความสงบสุขของสังคม ขณะเดียวกันก็ไม่สนับสนุนความเกลียดชัง โกรธแค้น และความไม่สงบต่างๆ

องค์ประกอบของสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน

ความปลอดภัย

ความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง บุคคลทุกคนมีสิทธิในการมีชีวิตและสิทธิที่จะไม่ถูกล่วงละเมิด อันรวมไปถึงการห้ามทรมาน ห้ามจำขังบุคคลตามอำเภอใจ ห้ามบังคับใช้แรงงาน และห้ามละเมิดความเป็นส่วนตัวทั้งในด้านที่เกี่ยวกับครอบครัวและที่อยู่อาศัยของบุคคลตามอำเภอใจด้วย

เสรีภาพ

สิ่งแรกและที่สำคัญที่สุดคือ การเป็นอิสระจากความเป็นทาส การมีเสรีภาพ อันได้แก่ เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ เสรีภาพในการตั้งกลุ่มหรือสมาคม เสรีภาพในการย้ายถิ่นฐานภายในประเทศบ้านเกิดของตน หรือย้ายออกนอกหรือกลับเข้าประเทศ

สิทธิในทรัพย์สิน

บุคคลมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทั้งในแบบที่เป็นเจ้าของเพียงคนเดียวหรือแบบเป็นเจ้าของร่วมกับผู้อื่น รัฐไม่มีสิทธิริบทรัพย์สินไปตามอำเภอใจได้ สิทธิในการเป็นเจ้าของนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนามาตรฐานความเป็นอยู่ของบุคคล และด้วยเหตุนั้นก็เป็นการสร้างความรุ่งเรืองให้แก่เศรษฐกิจของชาติด้วย

ประชาธิปไตย

ความต้องการของประชาชนคือพื้นฐานของรัฐบาลแบบประชาธิปไตย ซึ่งเปิดโอกาสให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการปกครองระดับชาติหรือระดับรัฐ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือผ่านทางตัวแทนที่ได้รับเลือกตั้ง ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิทึ่จะลงคะแนนเสียงหรือเข้าร่วมองค์กรด้านการเมือง ตั้งพรรคการเมืองหรือสร้างความเคลื่อนไหวทางการเมือง มีสิทธิในการรณรงค์หรือเข้าร่วมการประท้วงต่างๆ

ความเสมอภาค

แนวคิดเรื่องความเสมอภาคนี้จะรับประกันว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติ และการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย อันหมายความรวมถึงการคุ้มครองตามกฎหมายและสิทธิที่จะสามารถให้การป้องกันตนเองในชั้นศาล

สวัสดิภาพและสวัสดิการ

สวัสดิภาพและสวัสดิการขั้นพื้นฐานหมายถึง อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และการดูแลด้านสุขภาพ สิทธิที่จะได้รับสวัสดิการสังคมเป็นการรับประกันว่าประชาชนต้องสามารถเข้ารับการศึกษาเช่นเดียวกับมีสวัสดิภาพในชีวิต รวมทั้งรับประกันว่าประชาชนสามารถเลือกอาชีพได้โดยได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม (ไม่มีแรงงานที่เกิดจากการใช้กำลังบังคับ) และปกป้องบุคคลจากการล่วงละเมิดของนายจ้าง ทั้งยังให้สิทธิลูกจ้างในการเข้าร่วมสหภาพการค้าหรือแรงงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง

สิทธิเหล่านี้ เรียกอีกอย่างได้ว่า “สิทธิทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ”

นอกเหนือจากเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย

ความเป็นกลุ่มและสิทธิของแต่ละกลุ่ม

เป็นเรื่องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ที่สิทธิดังกล่าวนี้จะต้องปกป้องกลุ่มชาติพันธุ์หรือชนกลุ่มน้อยจากการล่วงละเมิดในแง่ของเชื้อชาติหรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งรวมความถึงมาตราการเชิงบวกที่สนับสนุนการพัฒนาวัฒนธรรมและทรัพยากรของชนกลุ่มน้อยอีกด้วย

หลักนิติรัฐ

หากปราศจากหลักนิติรัฐ กฎหมายและรัฐธรรมนูญต่างๆล้วนไร้ความมหาย แนวคิดพื้นฐานที่สุดที่แสดงให้เห็นหลักการของนิติรัฐคือ กฎหมายเป็นสิ่งสูงสุด มีเพียงกฎหมายเท่านั้นที่ควบคุมทุกอย่าง มิใช่อะไรอย่างอื่น ในสังคมประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม กฎต่างๆสร้างขึ้นจากการตัดสินใจร่วมกันของผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน หาใช่มาจากการตัดสินใจโดยพละการหรือการตัดสินใจของคนหรือบุคคลเพียงกลุ่มเดียวที่มีอำนาจอยู่ในช่วงเวลานั้น

ดังนั้น หลักนิติรัฐจึงเป็นการกำกับข้อบังคับ คุณจะถูกลงโทษได้ก็ต่อเมื่อคุณละเมิดกฎหมายเท่านั้น กฎหมายต้องบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน (เรียกว่าความเสมอภาคของกฎหมาย) หากไม่เป็นเช้นนั้น ถือว่ากฎหมายนั้นเป็นไปโดยพลการ ซึ่งจะขัดกับหลักนิติรัฐ นอกจากนี้ การใช้หลักนิติรัฐยังรวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย

ไม่เพียงแต่พลเมืองเท่านั้น รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้กำหนดกฎหมาย ล้วนอยู่ใต้ข้อบังคับของกฎหมาย หลักใหญ่ใจความของหลักนิติรัฐคือการจำกัดอำนาจ เพื่อว่า แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการคัดเลือกหรือผู้นำก็ไม่สามารถใช้อำนาจในทางที่ผิดโดยไม่ถูกดำเนินคดี หรือจำคุกได้ หลักนิติรัฐรับรองการจำกัดอำนาจดังกล่าวด้วยการกำหนดให้มีการแบ่งแยกอำนาจการบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการออกจากกัน ผลก็คือ ความเป็นอิสระในการพิจารณาคดีก็เกิดขึ้นได้

นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมแล้ว หลักนิติรัฐยังปกป้องเสียงข้างน้อยไม่ให้ถูกกีดกันแบ่งแยก และป้องกันมิให้บุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีสิทธิพิเศษเมื่อทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย สิทธิพิเศษหรือการเลือกปฎิบัติใดๆก็ไม่สามารถกำหนดให้เกิดขึ้นได้

หลักนิติรัฐ หรือที่เรียกว่า “การปกครองภายใต้กฎหมาย” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมที่มีการกดขี่ หรือรัฐเผด็จการได้ เนื่องจากระบอบเหล่านั้น ไม่ยอมให้มีความเสมอภาคของกฎหมาย หรือยอมให้ตุลาการเป็นอิสระ